← กลับหน้าแรก

ศูนย์ความรู้กฎหมาย

เผยแพร่เฉพาะรายการที่ผ่านขั้นตอนตรวจทานและ Admin กำหนดสถานะ Published

กฎหมายใหม่กฎหมายภาษี

ประกาศกระทรวงการคลังฯ ฉบับที่ 876

รายงาน Manus พบรายการนี้จากฐานข้อมูลกฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากร แต่ยังไม่ควรสรุปวันประกาศ วันมีผลใช้บังคับ หรือสิทธิทางภาษีโดยไม่เปิด PDF ต้นฉบับและตรวจราชกิจจานุเบกษาเป็นรายฉบับ

แหล่งอ้างอิง: ฐานข้อมูล “กฎหมายออกใหม่” ของกรมสรรพากร

กฎหมายใหม่กฎหมายภาษี

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร รายชื่อผู้รับทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ฉบับที่ 313)

รายงาน Manus พบรายการนี้จากฐานข้อมูลกฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากร แต่ยังไม่ควรสรุปวันประกาศ วันมีผลใช้บังคับ หรือสิทธิทางภาษีโดยไม่เปิด PDF ต้นฉบับและตรวจราชกิจจานุเบกษาเป็นรายฉบับ

แหล่งอ้างอิง: ฐานข้อมูล “กฎหมายออกใหม่” ของกรมสรรพากร

กฎหมายใหม่กฎหมายการเงินและการลงทุน

หลักเกณฑ์เกี่ยวกับวัตถุประสงค์การใช้เงินของผู้ออกตราสารหนี้

มีผลใช้บังคับ: 2026-07-01

ทำให้หลักเกณฑ์การใช้เงินที่ได้รับจากการเสนอขายตราสารหนี้ชัดเจนและยืดหยุ่นขึ้น หากผู้ออกใช้เงินไม่ตรงวัตถุประสงค์ที่เปิดเผย แต่ได้เปิดเผยข้อมูลและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจตามข้อกำหนดสิทธิ อาจเข้าเงื่อนไขยกเว้นจากข้อห้ามเสนอขายตราสารหนี้เป็นเวลา 2 ปี

แหล่งอ้างอิง: สำนักงาน ก.ล.ต. ข่าวฉบับที่ 142/2569 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2569

กฎหมายใหม่กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและสัญญา

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ให้รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

มีผลใช้บังคับ: 2026-03-21

รถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงข้อมูลชื่อสินค้า รุ่น เครื่องหมายการค้า ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า รายละเอียดทางเทคนิค ข้อมูลแบตเตอรี่ สมรรถนะ ระยะทางการใช้งาน วิธีใช้ คำเตือน ราคา และเงื่อนไขการรับประกันอย่างชัดเจน

แหล่งอ้างอิง: สคบ. ข่าววันที่ 25 มีนาคม, 20 เมษายน และ 12 พฤษภาคม 2569

กฎหมายใหม่กฎหมายธุรกิจ บริษัท การเงิน และการลงทุน

ชุดหลักเกณฑ์การพิจารณาบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

มีผลใช้บังคับ: 2026-03-04

ปรับนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ให้ครอบคลุมผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง เพิ่มวิธีพิจารณาการถือหุ้นทางอ้อมแบบเฉลี่ยตามสัดส่วน และพิจารณาความสัมพันธ์ของคู่สมรส ผู้ซึ่งอยู่กินฉันคู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และบุคคลที่มีพฤติกรรมร่วมกันในการใช้สิทธิออกเสียงหรือ acting in concert

แหล่งอ้างอิง: สำนักงาน ก.ล.ต. — ข่าวและลิงก์ประกาศ 4 ฉบับ

กฎหมายใหม่กฎหมายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568

มีผลใช้บังคับ: 2026-03-01

ปรับโครงสร้างและหน้าที่เกี่ยวกับการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในโครงการจัดสรรที่ดิน กำหนดให้ผู้จัดสรรรักษาสาธารณูปโภคให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ไม่น้อยกว่ามาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า และจัดให้มีการค้ำประกันการบำรุงรักษา รวมถึงเพิ่มกลไกให้ผู้ซื้อรวมตัวกันจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย

แหล่งอ้างอิง: กรมที่ดิน — ตัวบทและสรุปสาระสำคัญ

FAQอุบัติเหตุและประกันภัย

เรียกค่าขาดรายได้ได้หรือไม่

ได้ หากผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการกระทำโดยประมาทหรือการกระทำละเมิดของผู้อื่น และการบาดเจ็บนั้นทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพหรือทำงานได้ตามปกติ ผู้เสียหายอาจเรียกค่าเสียหายจากการขาดรายได้ระหว่างรักษาตัวหรือระหว่างที่ไม่สามารถทำงานได้ โดยต้องพิสูจน์ความเสียหายและความสัมพันธ์ระหว่างอุบัติเหตุกับการขาดรายได้ ทั้งนี้ จำนวนที่เรียกได้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละกรณี

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQอุบัติเหตุและประกันภัย

เรียกค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่

ได้ หากได้รับบาดเจ็บจากการกระทำละเมิดหรืออุบัติเหตุที่ผู้อื่นต้องรับผิด ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่ารักษาพยาบาลที่จำเป็นและสมควรอันเกิดจากการบาดเจ็บนั้นได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาที่พิสูจน์ได้ ทั้งนี้ จำนวนที่ได้รับขึ้นอยู่กับความเสียหายจริง พยานหลักฐาน และความรับผิดของคู่กรณี

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQอุบัติเหตุและประกันภัย

ประมาทร่วมคืออะไร

ประมาทร่วม คือ กรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นโดยทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายต่างมีส่วนประมาทหรือมีส่วนทำให้เกิดความเสียหาย เช่น รถสองคันต่างขับโดยไม่ระมัดระวังจนเกิดอุบัติเหตุ การมีประมาทร่วมไม่ได้หมายความว่าจะต้องแบ่งความรับผิดคนละครึ่งเสมอไป แต่ต้องพิจารณาพฤติการณ์และระดับความประมาทของแต่ละฝ่าย หากผู้เสียหายมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหาย ค่าสินไหมทดแทนที่มีสิทธิได้รับอาจลดลงตามส่วนแห่งความรับผิด

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQอุบัติเหตุและประกันภัย

รถชนกันใครเป็นฝ่ายผิด

การพิจารณาว่ารถชนกันแล้วฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด ไม่สามารถตัดสินจากตำแหน่งหรือความเสียหายของรถเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาว่าฝ่ายใดกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น การฝ่าฝืนสัญญาณจราจร ขับรถเร็วเกินสมควร เปลี่ยนช่องทางโดยไม่ปลอดภัย เลี้ยวหรือกลับรถโดยไม่ระมัดระวัง ไม่ให้ทาง หรือไม่รักษาระยะห่าง ทั้งสองฝ่ายอาจมีส่วนประมาทได้ และสัดส่วนความรับผิดไม่จำเป็นต้องเท่ากัน

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQแรงงาน

OT ต้องจ่ายอย่างไร

OT หรือค่าล่วงเวลา คือค่าตอบแทนสำหรับการที่ลูกจ้างทำงานเกินเวลาทำงานปกติตามกฎหมายหรือข้อตกลงการจ้าง โดยหลักการทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นคราว ๆ ไป เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนด สำหรับการทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ ส่วนการทำงานในวันหยุดต้องแยกพิจารณา “ค่าทำงานในวันหยุด” และ “ค่าล่วงเวลาในวันหยุด” ตามสิทธิของลูกจ้างแต่ละประเภท โดยค่าล่วงเวลาในวันหยุดโดยหลักไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQแรงงาน

นายจ้างลดเงินเดือนได้หรือไม่

โดยหลัก นายจ้างไม่ควรลดค่าจ้างหรือเงินเดือนที่ตกลงไว้ฝ่ายเดียว หากเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่เป็นคุณแก่ลูกจ้างให้แย่ลง การลดเงินเดือนควรเกิดจากข้อตกลงและความยินยอมของลูกจ้าง และต้องไม่ทำให้ค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด การลดเงินเดือนโดยไม่มีสิทธิหรือไม่มีความยินยอมอาจก่อให้เกิดข้อพิพาทแรงงานและลูกจ้างอาจเรียกร้องค่าจ้างส่วนที่ขาดได้ ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบสัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีประกอบ

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQแรงงาน

หนังสือเตือนมีผลนานแค่ไหน

ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ในกรณีที่นายจ้างออกหนังสือเตือนลูกจ้างเนื่องจากฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม หนังสือเตือนนั้น มีผลบังคับได้ไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด หากลูกจ้างกระทำผิดซ้ำคำเตือนภายในระยะเวลาที่หนังสือเตือนยังมีผล นายจ้างอาจพิจารณาดำเนินการทางวินัยหรือเลิกจ้างตามกฎหมายได้ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาว่าการกระทำครั้งหลังเป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือนและหนังสือเตือนเดิมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQแรงงาน

ลาออกเองได้ค่าชดเชยไหม

โดยหลัก ลูกจ้างที่ลาออกเองไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพราะค่าชดเชยเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อมีการเลิกจ้างตามเงื่อนไขของกฎหมาย ไม่ใช่กรณีที่ลูกจ้างเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาจ้างเอง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานระบุในระบบตรวจสอบสิทธิเบื้องต้นเช่นกันว่า หากเลือกสาเหตุการสิ้นสุดการจ้างว่า “ลาออก” จะไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย

อย่างไรก็ตาม แม้ลาออกเอง ลูกจ้างยังมีสิทธิได้รับเงินอื่นที่นายจ้างค้างจ่ายตามสิทธิ เช่น ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือเงินอื่นตามสัญญาจ้างและกฎหมาย หากมี

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQแรงงาน

ทดลองงานมีสิทธิค่าชดเชยหรือไม่

ลูกจ้างทดลองงานก็เป็น “ลูกจ้าง” ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และ อาจมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง โดยไม่ได้พิจารณาเพียงว่าอยู่ในช่วงทดลองงานหรือผ่านทดลองงานแล้วหรือไม่ แต่ต้องดูระยะเวลาทำงานและเหตุแห่งการเลิกจ้างเป็นสำคัญ

หากลูกจ้างทำงานติดต่อกัน ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี และนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่เข้าข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชย 30 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย ส่วนกรณีทำงาน ไม่ครบ 120 วัน โดยหลักยังไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามมาตรา 118 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานใช้หลัก 120 วันนี้ในการตรวจสอบสิทธิค่าชดเชยเบื้องต้นเช่นกัน

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQแรงงาน

นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างทำอย่างไร

หากนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง หรือจ่ายไม่ครบตามที่ตกลง ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างที่ค้างได้ โดยควรรวบรวมหลักฐานการทำงานและการตกลงค่าจ้างก่อน จากนั้นทวงถามนายจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร หากยังไม่ได้รับเงิน สามารถยื่นคำร้องต่อ พนักงานตรวจแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน หรือใช้สิทธิทางศาลแรงงานตามกรณี กฎหมายมีมาตรการบังคับและกระบวนการดำเนินการสำหรับกรณีนายจ้างฝ่าฝืนสิทธิได้รับเงินของลูกจ้างด้วย

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQแรงงาน

ค่าชดเชยคิดอย่างไร

ค่าชดเชย คือ เงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยคำนวณจาก อัตราค่าจ้างสุดท้าย และ อายุงานติดต่อกัน ของลูกจ้าง ไม่ใช่เงินเดือนเฉลี่ย

อัตราค่าชดเชยตามกฎหมาย ได้แก่
อายุงาน

ค่าชดเชย
ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี
30 วัน

ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี
90 วัน

ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี
180 วัน

ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี
240 วัน

ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี
300 วัน

ครบ 20 ปีขึ้นไป
400 วัน

ตัวอย่าง: เงินเดือนสุดท้าย 30,000 บาท ทำงานครบ 8 ปี จะได้รับค่าชดเชย 240 วัน หรือประมาณ 240,000 บาท (คิดจากค่าจ้างรายวันตามกฎหมาย)

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQแรงงาน

ถูกเลิกจ้างมีสิทธิอะไรบ้าง

เมื่อลูกจ้างถูกเลิกจ้าง อาจมีสิทธิได้รับเงินหลายประเภท ไม่ใช่เฉพาะค่าชดเชย ได้แก่ ค่าจ้างที่ค้างจ่าย ค่าล่วงเวลา/ค่าทำงานในวันหยุดที่ค้าง ค่าชดเชยตามอายุงาน และค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หากเข้าเงื่อนไข รวมถึงเงินหรือสิทธิประโยชน์อื่นตามสัญญาจ้างหรือข้อบังคับของนายจ้าง

สำหรับค่าชดเชย ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไป มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ระบบของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็ใช้ระยะเวลาทำงาน 120 วันเป็นเกณฑ์ตรวจสอบสิทธิเบื้องต้น

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQครอบครัว

จดทะเบียนสมรสต่างประเทศใช้ในไทยได้ไหม

ได้ หากบุคคลสัญชาติไทยจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายของต่างประเทศ การสมรสนั้นสามารถนำมาใช้ในประเทศไทยได้ โดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรสใหม่ในประเทศไทย แต่เพื่อให้มีหลักฐานสถานะการสมรสในระบบทะเบียนไทย ควรนำเอกสารการสมรสจากต่างประเทศมาดำเนินการรับรองและแปลตามขั้นตอน แล้วขอ บันทึกทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ณ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ กรมการกงสุลมีขั้นตอนเฉพาะสำหรับการนิติกรณ์เอกสารเพื่อบันทึก คร.22 และสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานครก็ระบุว่าไม่ต้องจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยซ้ำ

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQครอบครัว

ใครมีอำนาจปกครองบุตร

อำนาจปกครองบุตรขึ้นอยู่กับสถานะทางกฎหมายของบิดามารดาและข้อเท็จจริงของแต่ละครอบครัว โดยหลัก หากบิดามารดาเป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งสองฝ่ายมีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน เว้นแต่จะมีข้อตกลงหรือคำสั่งศาลกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

กรณีบุตรเกิดจากหญิงที่ไม่ได้สมรสกับชาย โดยหลักกฎหมายถือว่าเด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของมารดา และมารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง ส่วนบิดาจะมีสถานะเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อมีการดำเนินการให้บุตรเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายตามกฎหมาย เช่น การจดทะเบียนรับรองบุตรโดยถูกต้อง หรือมีคำพิพากษาของศาล ทั้งนี้ การเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายและการมีอำนาจปกครองต้องพิจารณาหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีแยกกัน

เมื่อบิดามารดาหย่ากัน ต้องพิจารณาว่าได้ตกลงกันให้ฝ่ายใดเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรหรือมีคำสั่งศาลกำหนดไว้อย่างไร โดยศาลคำนึงถึงประโยชน์และสวัสดิภาพของบุตรเป็นสำคัญ

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQครอบครัว

พ่อไม่รับรองบุตรทำอย่างไร

หากเด็กเกิดจากมารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับบิดา โดยหลักเด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของมารดา ส่วนชายผู้เป็นบิดาจะมีสถานะเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อดำเนินการตามกฎหมาย เช่น จดทะเบียนรับรองบุตร หรือศาลมีคำพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตร หลักเรื่องสถานะบุตรนอกสมรสนี้ปรากฏในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และแหล่งข้อมูลของศาลยุติธรรม

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQครอบครัว

ค่าเลี้ยงดูบุตรเรียกได้อย่างไร

บิดาและมารดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาบุตรตามสมควร หากบิดาหรือมารดาฝ่ายหนึ่งไม่ช่วยเหลือค่าเลี้ยงดู ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้มีสิทธิตามกฎหมายสามารถเรียก ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร จากอีกฝ่ายได้ และหากตกลงกันไม่ได้สามารถยื่นคำร้องหรือฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวให้กำหนดจำนวนเงินได้

ศาลไม่ได้กำหนดค่าเลี้ยงดูเป็นจำนวนตายตัวสำหรับเด็กทุกคน แต่จะพิจารณาจาก ความสามารถของผู้มีหน้าที่จ่าย ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์แห่งกรณี รวมถึงความจำเป็นในการดำรงชีวิต การศึกษา การรักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมของบุตร

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQครอบครัว

แบ่งสินสมรสอย่างไร

เมื่อการสมรสสิ้นสุดลงและต้องแบ่งสินสมรส โดยหลัก สินสมรสแบ่งให้สามีและภริยาได้ส่วนเท่ากัน แต่ก่อนแบ่งต้องตรวจสอบก่อนว่าทรัพย์ใดเป็น “สินสมรส” และทรัพย์ใดเป็น “สินส่วนตัว”

โดยทั่วไป สินสมรส ได้แก่ ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส รวมถึงทรัพย์ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือการให้เป็นหนังสือเมื่อระบุว่าให้เป็นสินสมรส และดอกผลของสินส่วนตัว ส่วนทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนสมรส หรือได้รับระหว่างสมรสโดยมรดกหรือการให้โดยเสน่หาโดยไม่ได้ระบุให้เป็นสินสมรส โดยหลักเป็นสินส่วนตัว

ดังนั้น การแบ่งสินสมรสไม่ใช่การนำทรัพย์สินทุกอย่างของสามีและภริยามาหารสอง แต่ต้องจำแนกประเภททรัพย์สินและพิจารณาหนี้ที่เกี่ยวข้องก่อน

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQครอบครัว

สามีนอกใจฟ้องอะไรได้บ้าง

หากสามีมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ภริยาที่จดทะเบียนสมรสอาจมีสิทธิดำเนินการทางกฎหมายได้หลายประการ ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์และพยานหลักฐาน เช่น ฟ้องหย่า หากพฤติการณ์เข้าตามเหตุหย่าที่กฎหมายกำหนด และในกรณีที่กฎหมายให้สิทธิ อาจ เรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสและ/หรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ได้

อย่างไรก็ตาม คำว่า “นอกใจ” ในภาษาทั่วไปไม่ได้ทำให้เกิดสิทธิฟ้องทุกกรณีโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาว่าพฤติการณ์เข้าหลักเหตุหย่าหรือหลักการเรียกค่าทดแทนตามกฎหมายหรือไม่ เช่น การอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องบุคคลอื่นฉันคู่สมรส การมีความสัมพันธ์ในลักษณะที่กฎหมายกำหนด หรือพฤติการณ์อื่นที่เป็นเหตุหย่า

ปัจจุบันบทบัญญัติกฎหมายครอบครัวได้รับการแก้ไขให้ใช้หลักสิทธิอย่างเท่าเทียมกับ คู่สมรส ดังนั้น แม้หัวข้อ FAQ ใช้คำว่า “สามีนอกใจ” การพิจารณาสิทธิทางกฎหมายควรยึดบทบัญญัติที่ใช้กับคู่สมรสตามกฎหมายปัจจุบัน

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQครอบครัว

ฟ้องหย่าได้เมื่อใด

หากคู่สมรสทั้งสองฝ่ายยินยอมหย่า สามารถดำเนินการหย่าโดยความยินยอมตามกฎหมายได้ แต่หากอีกฝ่าย ไม่ยินยอมหย่า ผู้ประสงค์จะหย่าต้องมี “เหตุฟ้องหย่า” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 และยื่นฟ้องต่อศาล

เหตุฟ้องหย่าที่สำคัญ เช่น

คู่สมรสอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องบุคคลอื่นในลักษณะคู่สมรส หรือมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
ประพฤติชั่วจนอีกฝ่ายได้รับความอับอาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร
ทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหรือบุพการีของอีกฝ่ายอย่างร้ายแรง
จงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายเกิน 1 ปี
ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สมัครใจแยกกันอยู่เพราะไม่สามารถอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสโดยปกติสุขได้ตลอดมาเกิน 3 ปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเกิน 3 ปี
บุคคลสาบสูญหรือออกจากภูมิลำเนาไปเกิน 3 ปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง
วิกลจริตติดต่อกันเกิน 3 ปีตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ผิดทัณฑ์บนที่ทำไว้เป็นหนังสือเรื่องความประพฤติ
เป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
มีสภาพทางกายที่ทำให้ไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาลตามเงื่อนไขของกฎหมาย

เหตุหย่ามีหลายกรณีและแต่ละกรณีมีองค์ประกอบเฉพาะ จึงต้องตรวจข้อเท็จจริงกับมาตรา 1516 ก่อนยื่นฟ้อง โดยกฎหมายครอบครัวปัจจุบันมีการปรับถ้อยคำให้สอดคล้องกับหลักความเท่าเทียมของคู่สมรสแล้ว

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQมรดก

มีหนี้ของผู้ตายต้องรับผิดหรือไม่

เมื่อบุคคลเสียชีวิต หนี้ที่ผู้ตายมีอยู่โดยหลักไม่ได้ระงับไปเพราะความตาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของกองมรดก เจ้าหนี้สามารถเรียกร้องให้ชำระหนี้จาก ทรัพย์มรดกของผู้ตาย ได้

สำหรับทายาท หลักสำคัญคือ ทายาทไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดแก่ตน ดังนั้น หากผู้ตายมีหนี้มากกว่าทรัพย์มรดก ทายาทโดยหลักไม่ต้องนำทรัพย์สินส่วนตัวของตนมาชำระหนี้ส่วนที่เกินจากมรดกที่ได้รับ

ตัวอย่าง ผู้ตายมีทรัพย์มรดก 500,000 บาท แต่มีหนี้ 800,000 บาท หากไม่มีเหตุให้ทายาทต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวจากนิติสัมพันธ์อื่น ทายาทไม่ได้มีหน้าที่นำเงินส่วนตัวอีก 300,000 บาทมาชำระเพียงเพราะเป็นทายาท โดยต้องนำทรัพย์มรดกไปจัดการชำระหนี้ตามกฎหมายก่อนแบ่งมรดก

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQมรดก

ทายาทสละมรดกได้ไหม

ได้ ทายาทสามารถ สละมรดก ที่ตกทอดแก่ตนได้ตามกฎหมาย แต่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนด การสละมรดกต้องแสดงเจตนาอย่างชัดแจ้ง โดยทำเป็น หนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ และเมื่อสละมรดกโดยสมบูรณ์แล้ว โดยหลักจะถอนการสละมรดกไม่ได้

การสละมรดกต้องเป็นการสละสิทธิในฐานะทายาท ไม่ใช่เพียงการพูดว่า “ไม่เอามรดก” หรือปล่อยให้ทายาทคนอื่นครอบครองทรัพย์ นอกจากนี้ การสละมรดกไม่สามารถทำเพียงบางส่วนหรือกำหนดเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาได้ตามใจผู้สละ ต้องดำเนินการตามหลักกฎหมายมรดก

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQมรดก

พินัยกรรมแบบไหนใช้ได้

พินัยกรรมที่จะใช้บังคับได้ต้องทำตาม แบบที่กฎหมายกำหนด และผู้ทำพินัยกรรมต้องมีความสามารถและแสดงเจตนาโดยชอบด้วยกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดรูปแบบพินัยกรรมไว้หลายประเภท เช่น

พินัยกรรมแบบธรรมดา ทำเป็นหนังสือ ลงวัน เดือน ปี และผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน โดยพยานลงลายมือชื่อรับรอง
พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนข้อความทั้งหมดด้วยลายมือตนเอง พร้อมลงวัน เดือน ปี และลายมือชื่อของตน แบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีพยาน
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ผู้ทำพินัยกรรมดำเนินการต่อหน้านายอำเภอหรือเจ้าพนักงานตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
พินัยกรรมแบบเอกสารลับ ผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อในพินัยกรรม ปิดผนึก และดำเนินการต่อเจ้าพนักงานและพยานตามแบบที่กฎหมายกำหนด
พินัยกรรมทำด้วยวาจา ใช้ได้เฉพาะกรณีพิเศษตามที่กฎหมายกำหนด เช่น มีพฤติการณ์พิเศษที่ไม่สามารถทำพินัยกรรมในรูปแบบอื่นได้ และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ดังนั้น ไม่ใช่เอกสารทุกฉบับที่เขียนว่า “พินัยกรรม” จะมีผลตามกฎหมาย หากทำผิดแบบที่กฎหมายกำหนด พินัยกรรมอาจตกเป็นโมฆะได้

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQมรดก

ไม่มีพินัยกรรมใครได้มรดก

หากผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์มรดกจะตกทอดแก่ ทายาทโดยธรรม ตามลำดับที่กฎหมายกำหนด โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 แบ่งทายาทโดยธรรมออกเป็น 6 ลำดับ ได้แก่

ผู้สืบสันดาน เช่น บุตร หลาน เหลน
บิดามารดา
พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
ปู่ ย่า ตา ยาย
ลุง ป้า น้า อา

โดยหลัก ทายาทลำดับก่อนตัดทายาทลำดับหลัง กล่าวคือ หากมีทายาทในลำดับที่ใกล้กว่า ทายาทลำดับถัดไปโดยทั่วไปไม่มีสิทธิรับมรดก แต่มีข้อยกเว้นสำคัญ เช่น บิดามารดาของผู้ตายยังมีสิทธิรับมรดกร่วมกับผู้สืบสันดาน ตามหลักที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่และจดทะเบียนสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายก็เป็นทายาทโดยธรรม และมีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาทลำดับต่าง ๆ ตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด

ก่อนแบ่งมรดก หากผู้ตายมีคู่สมรส ต้องพิจารณาเรื่อง สินส่วนตัวและสินสมรส ก่อน เพราะส่วนของคู่สมรสในสินสมรสไม่ใช่มรดกทั้งหมด เฉพาะส่วนที่เป็นของผู้ตายจึงนำเข้าสู่กองมรดกเพื่อแบ่งแก่ทายาท

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQมรดก

ผู้จัดการมรดกไม่แบ่งทรัพย์ทำอย่างไร

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการกองมรดกตามกฎหมาย พินัยกรรม และคำสั่งศาล เช่น รวบรวมและทำบัญชีทรัพย์มรดก ชำระหนี้และภาระของกองมรดก และดำเนินการแบ่งหรือส่งมอบทรัพย์มรดกแก่ทายาทหรือผู้รับพินัยกรรมตามสิทธิ

หากผู้จัดการมรดก ไม่ยอมแบ่งทรัพย์ ละเลยหน้าที่ ปกปิดทรัพย์สิน จัดการมรดกไม่โปร่งใส หรือมีพฤติการณ์ทำให้ทายาทเสียหาย ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถเรียกร้องให้ผู้จัดการมรดกดำเนินการตามหน้าที่ และหากยังไม่ดำเนินการ สามารถใช้สิทธิทางศาลได้

ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอต่อศาลให้ ถอนผู้จัดการมรดก และดำเนินการเกี่ยวกับผู้จัดการมรดกคนใหม่ตามกฎหมาย รวมทั้งอาจฟ้องขอแบ่งมรดก เรียกส่งมอบทรัพย์ หรือเรียกค่าเสียหายได้ตามข้อเท็จจริงและสิทธิของแต่ละกรณี

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQมรดก

ใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก

ผู้จัดการมรดก คือ บุคคลที่มีหน้าที่จัดการทรัพย์สิน หนี้สิน และกิจการต่าง ๆ ของกองมรดกก่อนส่งมอบหรือแบ่งทรัพย์แก่ทายาท ผู้จัดการมรดกอาจเป็น บุคคลที่ผู้ตายแต่งตั้งไว้ในพินัยกรรม หรือเป็น บุคคลที่ศาลมีคำสั่งแต่งตั้ง ตามกฎหมาย

กรณีไม่มีผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม หรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก ทายาท ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการในกรณีที่กฎหมายกำหนด อาจร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้

บุคคลที่จะเป็นผู้จัดการมรดกไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทเสมอไป แต่ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดบุคคลที่ไม่สามารถเป็นผู้จัดการมรดก ได้แก่

ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ
บุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย

ดังนั้น บุตร คู่สมรส ญาติ ทายาท หรือบุคคลอื่นที่เหมาะสมอาจได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกได้ หากมีคุณสมบัติตามกฎหมายและศาลเห็นสมควรในกรณีที่ต้องขอศาลแต่งตั้ง

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQมรดก

ต้องตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่

ผู้จัดการมรดก คือ บุคคลที่มีหน้าที่จัดการทรัพย์สิน หนี้สิน และกิจการต่าง ๆ ของกองมรดกก่อนส่งมอบหรือแบ่งทรัพย์แก่ทายาท ผู้จัดการมรดกอาจเป็น บุคคลที่ผู้ตายแต่งตั้งไว้ในพินัยกรรม หรือเป็น บุคคลที่ศาลมีคำสั่งแต่งตั้ง ตามกฎหมาย

กรณีไม่มีผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม หรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก ทายาท ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการในกรณีที่กฎหมายกำหนด อาจร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้

บุคคลที่จะเป็นผู้จัดการมรดกไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทเสมอไป แต่ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดบุคคลที่ไม่สามารถเป็นผู้จัดการมรดก ได้แก่

ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ
บุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย

ดังนั้น บุตร คู่สมรส ญาติ ทายาท หรือบุคคลอื่นที่เหมาะสมอาจได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกได้ หากมีคุณสมบัติตามกฎหมายและศาลเห็นสมควรในกรณีที่ต้องขอศาลแต่งตั้ง

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ภาระจำยอมกับทางจำเป็นต่างกันอย่างไร

“ภาระจำยอม” และ “ทางจำเป็น” ต่างเป็นสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการใช้ที่ดินของผู้อื่น แต่มีที่มาและเงื่อนไขต่างกัน

ภาระจำยอม คือ ภาระที่ที่ดินแปลงหนึ่งต้องรับไว้เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินอีกแปลงหนึ่ง เช่น ให้ใช้เป็นทางเดินหรือทางรถผ่าน วางท่อระบายน้ำ วางระบบสาธารณูปโภค หรือจำกัดการใช้ประโยชน์บางอย่าง ภาระจำยอมอาจเกิดจากนิติกรรมและจดทะเบียน หรืออาจได้มาตามหลักอายุความในกรณีที่กฎหมายอนุญาต

ทางจำเป็น คือ สิทธิของเจ้าของที่ดินที่ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จน ไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ หรือมีทางออกแต่ต้องข้ามสระ บึง ทะเล หรือมีระดับต่างกันจนไม่สามารถใช้ทางออกได้โดยสมควร กฎหมายให้สิทธิผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่เพื่อออกสู่ทางสาธารณะได้ โดยต้องเลือกทางและวิธีที่จำเป็นและก่อความเสียหายแก่ที่ดินที่ถูกผ่านให้น้อยที่สุด และโดยหลักต้องใช้ค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกใช้เป็นทางตามกฎหมาย

สรุปง่าย ๆ คือ ภาระจำยอมเกิดจากสิทธิที่ผูกกับที่ดินเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินอีกแปลง ส่วนทางจำเป็นเป็นสิทธิที่กฎหมายให้แก่ที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะตามเงื่อนไขที่กำหนด

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่าทำอย่างไร

หากผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่าตามสัญญา ผู้ให้เช่าควรตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาและจำนวนค่าเช่าที่ค้างก่อน จากนั้นทำ หนังสือบอกกล่าวทวงถามให้ชำระค่าเช่า และหากมีเหตุเลิกสัญญา ให้ดำเนินการบอกเลิกสัญญาตามกฎหมายและเงื่อนไขในสัญญา

ในกรณีเช่าที่มีการชำระค่าเช่าเป็นรายเดือนหรือเป็นระยะ หากผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่า การจะเลิกสัญญาอาจต้องมีการบอกกล่าวและให้ระยะเวลาแก่ผู้เช่าตามหลักกฎหมายก่อน จึงไม่ควรถือว่าเพียงค้างค่าเช่าครั้งเดียวแล้วผู้ให้เช่าสามารถเข้ายึดสถานที่หรือขนทรัพย์ของผู้เช่าออกได้ทันที

หากบอกเลิกสัญญาโดยชอบแล้วแต่ผู้เช่ายังไม่ออก ผู้ให้เช่าสามารถดำเนินคดีเพื่อ ขับไล่ เรียกค่าเช่าค้าง และเรียกค่าเสียหายจากการครอบครองทรัพย์หลังสัญญาสิ้นสุด ได้ตามสิทธิและข้อเท็จจริง

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ผู้เช่าไม่ยอมออกทำอย่างไร

หากสัญญาเช่าสิ้นสุดลง หรือผู้เช่าผิดสัญญาจนผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญา และได้บอกเลิกสัญญาโดยชอบแล้ว แต่ผู้เช่ายังไม่ยอมส่งคืนบ้าน ที่ดิน ห้อง อาคาร หรือทรัพย์สินที่เช่า ผู้ให้เช่าสามารถดำเนินการตามกฎหมายเพื่อ ฟ้องขับไล่และเรียกให้ส่งคืนทรัพย์สิน ได้

นอกจากการขับไล่แล้ว ผู้ให้เช่าอาจเรียก ค่าเช่าที่ค้าง ค่าเสียหายจากการไม่ส่งคืนทรัพย์ ค่าเสียหายจากการครอบครองภายหลังสัญญาสิ้นสุด และค่าเสียหายอื่นที่พิสูจน์ได้ ตามสัญญาและกฎหมาย

หากศาลมีคำพิพากษาให้ผู้เช่าออกแล้วแต่ยังไม่ปฏิบัติตาม ผู้ให้เช่าต้องดำเนินการตามขั้นตอน บังคับคดี ไม่ควรใช้กำลังขับไล่ผู้เช่าด้วยตนเอง

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ซื้อที่ดินต้องตรวจอะไรบ้าง

ก่อนซื้อที่ดินควรตรวจสอบทั้ง เอกสารสิทธิ เจ้าของกรรมสิทธิ์ ภาระผูกพัน แนวเขต ทางเข้าออก การใช้ประโยชน์ที่ดิน และสภาพพื้นที่จริง ไม่ควรพิจารณาเพียงสำเนาโฉนดหรือข้อมูลที่ผู้ขายแจ้งเท่านั้น

สิ่งสำคัญที่ควรตรวจสอบ ได้แก่ ประเภทเอกสารสิทธิและเลขที่ดิน ชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ เนื้อที่และตำแหน่งที่ดิน การจำนอง ภาระจำยอม สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดิน การเช่า หรือภาระอื่นที่จดทะเบียนไว้ รวมถึงตรวจว่าที่ดินมีทางออกสู่ทางสาธารณะจริงหรือไม่

ควรตรวจสภาพพื้นที่จริงและแนวเขตว่าใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ เช่น ต้องการสร้างบ้าน อาคาร โรงงาน โรงแรม หรือประกอบกิจการ เพราะอาจมีกฎหมายผังเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร เขตป่า เขตที่ราชพัสดุ เขตเวนคืน หรือข้อจำกัดอื่นเกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

น.ส.3 กับโฉนดต่างกันอย่างไร

โฉนดที่ดิน (น.ส.4) และ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เป็นเอกสารเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน แต่มีสถานะและรายละเอียดแตกต่างกัน

โฉนดที่ดิน (น.ส.4) เป็นหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เจ้าของมีกรรมสิทธิ์และสามารถทำนิติกรรม เช่น ซื้อขาย ให้ จำนอง หรือก่อภาระจำยอมได้ตามกฎหมาย โดยที่ดินมีการกำหนดตำแหน่งและเขตที่ดินตามกระบวนการรังวัดของทางราชการ

ส่วน น.ส.3 เป็นหนังสือรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าเจ้าของได้ทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว แต่โดยสถานะเป็น หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ไม่ใช่โฉนดที่ดิน การซื้อขายหรือดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินประเภทนี้จึงต้องตรวจสอบรูปแปลง แนวเขต การครอบครอง และขั้นตอนตามกฎหมายให้ละเอียด

นอกจากนี้ยังพบ น.ส.3 ก. ซึ่งเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่มีการกำหนดตำแหน่งที่ดินโดยอาศัยระวางรูปถ่ายทางอากาศ ทำให้การกำหนดตำแหน่งและรูปแปลงมีรายละเอียดแตกต่างจาก น.ส.3 แบบเดิม

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ครอบครองปรปักษ์กี่ปี

กรณี อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน ผู้ที่จะอ้างได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ โดยหลักต้องครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น โดยสงบ โดยเปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382

สำหรับ สังหาริมทรัพย์ ระยะเวลาตามมาตราเดียวกันโดยหลักคือ 5 ปี

อย่างไรก็ตาม การอยู่หรือใช้ที่ดินของผู้อื่นครบ 10 ปีเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้ได้กรรมสิทธิ์โดยอัตโนมัติ ต้องพิสูจน์องค์ประกอบการครอบครองตามกฎหมายครบถ้วนด้วย โดยเฉพาะต้องครอบครองในลักษณะยึดถือเพื่อตนด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ไม่ใช่อาศัยสิทธิหรือการอนุญาตของเจ้าของ

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

คนอื่นเข้ามาครอบครองที่ดินของเรา

หากบุคคลอื่นเข้ามาครอบครอง ใช้ประโยชน์ ปลูกสิ่งปลูกสร้าง ทำรั้ว หรือยึดถือที่ดินของเราโดยไม่มีสิทธิ เจ้าของที่ดินควร รีบตรวจสอบและใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ควรปล่อยไว้เป็นเวลานาน

ขั้นแรกต้องตรวจสอบก่อนว่าเราเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิในที่ดินจริงหรือไม่ แนวเขตอยู่ตรงไหน และบุคคลที่เข้าครอบครองอาศัยสิทธิอะไร เช่น เป็นผู้เช่า ผู้อาศัย ผู้ได้รับอนุญาต อ้างกรรมสิทธิ์ อ้างซื้อขาย อ้างมรดก หรือเข้าครอบครองโดยไม่มีสิทธิ

หากตรวจแล้วเป็นการครอบครองโดยไม่มีสิทธิ เจ้าของอาจทำหนังสือ บอกกล่าวให้หยุดการรบกวน ออกจากที่ดิน รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และส่งมอบที่ดินคืน หากไม่ยอมดำเนินการ สามารถพิจารณาฟ้องขับไล่ ฟ้องเรียกคืนการครอบครองหรือกรรมสิทธิ์ และเรียกค่าเสียหายตามข้อเท็จจริงและฐานสิทธิของคดี

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ที่ดินไม่มีทางเข้าออกทำอย่างไร

หากที่ดินถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จน ไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ เจ้าของที่ดินอาจมีสิทธิขอใช้ “ทางจำเป็น” ผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่เพื่อออกสู่ทางสาธารณะได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349

การเปิดทางจำเป็นต้องเลือกแนวทางที่ พอสมควรแก่ความจำเป็นของผู้มีสิทธิ และทำให้ที่ดินที่ถูกใช้เป็นทางเสียหายน้อยที่สุด หากจำเป็น ผู้มีสิทธิอาจทำทางผ่านให้เหมาะสมแก่การใช้ประโยชน์ได้ แต่ต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่และความเสียหายของเจ้าของที่ดินที่ถูกผ่าน

โดยหลัก ผู้ขอใช้ทางจำเป็นต้อง ใช้ค่าทดแทน แก่เจ้าของที่ดินที่ถูกใช้เป็นทางสำหรับความเสียหายที่เกิดจากการใช้ทาง อย่างไรก็ตาม หากที่ดินไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะเพราะมีการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนที่ดินเดิม กฎหมายมีหลักเฉพาะเกี่ยวกับแนวทางที่ต้องผ่านและเรื่องค่าทดแทน จึงต้องตรวจประวัติที่ดินก่อน

หากเจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ยินยอมให้เปิดทางและตกลงกันไม่ได้ เจ้าของที่ดินที่ไม่มีทางออกสามารถพิจารณา ฟ้องต่อศาลเพื่อขอเปิดทางจำเป็น ได้

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQฉ้อโกง / ยักยอก / ออนไลน์

บัญชีธนาคารถูกใช้รับโอนเงินผิดกฎหมายทำอย่างไร

หากพบว่าบัญชีธนาคารของตนถูกนำไปใช้รับหรือโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง อาชญากรรมออนไลน์ หรือธุรกรรมผิดกฎหมาย ควร หยุดการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องทันที ติดต่อธนาคาร และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเก็บหลักฐานทั้งหมดไว้

กรณีเจ้าของบัญชีไม่รู้เห็น เช่น บัญชีหรือข้อมูลธนาคารถูกบุคคลอื่นนำไปใช้ ต้องรวบรวมหลักฐานเพื่อแสดงข้อเท็จจริงว่าไม่ได้มีส่วนร่วมกับการกระทำผิด อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของบัญชี ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชี เปิดหรือมอบบัญชีให้บุคคลอื่นใช้เพื่อรับหรือโอนเงิน อาจมีความเสี่ยงเข้าข่าย “บัญชีม้า” และมีความรับผิดตามกฎหมายได้ ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ เจตนา และพยานหลักฐาน

กฎหมายไทยมีมาตรการเฉพาะเกี่ยวกับบัญชีที่ใช้ในการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี รวมถึงการระงับธุรกรรม การแลกเปลี่ยนข้อมูล และความผิดเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเพื่อการกระทำความผิด จึงไม่ควรเพิกเฉยเมื่อพบความผิดปกติ

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQฉ้อโกง / ยักยอก / ออนไลน์

แจ้งความแล้วจะได้เงินคืนหรือไม่

การแจ้งความดำเนินคดี ไม่ได้หมายความว่าผู้เสียหายจะได้เงินคืนโดยอัตโนมัติ การแจ้งความเป็นการเริ่มกระบวนการทางอาญาเพื่อให้เจ้าหน้าที่สืบสวน ติดตามผู้กระทำผิด รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีตามกฎหมาย

การได้เงินคืนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดได้หรือไม่ เงินยังคงอยู่ในบัญชีหรือถูกโอนไปแล้วหรือไม่ สามารถระงับหรืออายัดเงินได้ทันหรือไม่ ผู้กระทำผิดมีทรัพย์สินหรือไม่ และผู้เสียหายได้ดำเนินการเรียกร้องเงินหรือค่าเสียหายตามช่องทางกฎหมายครบถ้วนหรือไม่

กรณีถูกหลอกโอนเงินหรืออาชญากรรมออนไลน์ ยิ่งดำเนินการเร็ว โอกาสในการติดตามเส้นทางเงินและระงับธุรกรรมยิ่งดีขึ้น จึงไม่ควรรอเพียงผลการแจ้งความ แต่ควรรีบติดต่อธนาคารและดำเนินการตามระบบรับแจ้งเหตุอาชญากรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องด้วย

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQฉ้อโกง / ยักยอก / ออนไลน์

ถูกหลอกลงทุนต้องแจ้งที่ไหน

หากถูกหลอกให้ลงทุน เช่น ลงทุนหุ้น คริปโท สินทรัพย์ดิจิทัล Forex กองทุน ธุรกิจ หรือแพลตฟอร์มลงทุนปลอม และมีการโอนเงินไปแล้ว ควร รีบแจ้งธนาคารและแจ้งความโดยเร็ว โดยเฉพาะกรณีหลอกผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะความรวดเร็วมีผลต่อโอกาสในการระงับธุรกรรมและติดตามเส้นทางเงิน

ผู้เสียหายสามารถแจ้งเหตุผ่าน AOC 1441 (ศูนย์ AOC) ซึ่งเป็นช่องทางช่วยเหลือกรณีอาชญากรรมออนไลน์ รวมถึงดำเนินการแจ้งความผ่านระบบ Thai Police Online ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือเข้าพบพนักงานสอบสวนตามช่องทางที่เหมาะสม

หากเป็นการชักชวนลงทุนที่อาจเกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัล ควรตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ชักชวนกับ สำนักงาน ก.ล.ต. เพิ่มเติมด้วย แต่การร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับไม่ได้ทดแทนการแจ้งความเมื่อมีเหตุสงสัยว่าเป็นความผิดอาญา

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQฉ้อโกง / ยักยอก / ออนไลน์

ซื้อของออนไลน์แล้วไม่ได้ของทำอย่างไร

หากสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ชำระเงินแล้วแต่ผู้ขาย ไม่ส่งสินค้า ส่งของไม่ตรงตามที่ตกลง หรือปิดช่องทางติดต่อ ต้องแยกก่อนว่าเป็นเพียงข้อพิพาทจากการซื้อขาย หรือมีพฤติการณ์หลอกลวงมาตั้งแต่ต้น

หากเป็นกรณีผู้ขายผิดสัญญา ผู้ซื้ออาจใช้สิทธิเรียกร้องให้ส่งมอบสินค้า บอกเลิกสัญญา ขอคืนเงิน และเรียกค่าเสียหายตามกฎหมายได้ตามข้อเท็จจริง

แต่หากมีพฤติการณ์ว่าอีกฝ่ายสร้างร้านหรือประกาศขายสินค้าโดย มีเจตนาหลอกเอาเงินตั้งแต่แรก ทั้งที่ไม่มีสินค้าหรือไม่มีเจตนาจะส่งสินค้า อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง และหากกระทำผ่านระบบออนไลน์อาจมีกฎหมายอื่นเกี่ยวข้องด้วย ผู้เสียหายควรรวบรวมหลักฐานและแจ้งความโดยเร็ว

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQฉ้อโกง / ยักยอก / ออนไลน์

โอนเงินผิดบัญชีเรียกคืนได้ไหม

ได้ ผู้โอนสามารถดำเนินการขอคืนเงินที่ โอนผิดบัญชี ได้ แต่ธนาคารโดยทั่วไปไม่สามารถดึงเงินออกจากบัญชีผู้รับแล้วคืนให้ผู้โอนได้เองทันทีโดยไม่มีขั้นตอนหรือความยินยอมที่เกี่ยวข้อง

เมื่อทราบว่าโอนผิด ควรรีบติดต่อธนาคารต้นทางทันที แจ้งรายละเอียดรายการโอนและขอให้ธนาคารดำเนินการประสานธนาคารหรือเจ้าของบัญชีผู้รับตามขั้นตอน หากผู้รับตรวจสอบแล้วและยินยอมคืนเงิน เรื่องอาจยุติได้โดยไม่ต้องดำเนินคดี

หากผู้รับทราบว่าเงินดังกล่าวไม่ใช่ของตนแต่ ไม่ยอมคืน ผู้โอนอาจมีสิทธิเรียกคืนเงินตามหลักกฎหมายแพ่งเรื่อง ลาภมิควรได้ และอาจต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อเรียกเงินคืน ส่วนจะมีความรับผิดทางอาญาหรือไม่ต้องพิจารณาพฤติการณ์และเจตนาของผู้รับเป็นรายกรณี ไม่ควรสรุปว่าเป็นความผิดอาญาทันทีเพียงเพราะยังไม่ได้คืนเงิน

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQฉ้อโกง / ยักยอก / ออนไลน์

ฉ้อโกงกับยักยอกต่างกันอย่างไร

ความผิดฐาน ฉ้อโกง กับ ยักยอก ต่างกันที่สำคัญตรง วิธีที่ผู้กระทำได้ทรัพย์มาและเจตนาในช่วงเวลานั้น

ฉ้อโกง โดยหลักคือ ผู้กระทำมีการ หลอกลวงผู้อื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และจากการหลอกลวงนั้นทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ

ตัวอย่างเช่น นาย ก. โฆษณาขายโทรศัพท์ทั้งที่ไม่มีโทรศัพท์และตั้งใจหลอกเอาเงินตั้งแต่แรก นาย ข. หลงเชื่อจึงโอนเงินให้ หากองค์ประกอบอื่นครบ อาจเข้าข่ายฉ้อโกง

ส่วน ยักยอก โดยหลักคือ ผู้กระทำ ครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นหรือทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยโดยชอบหรือได้รับมอบหมายมาก่อน แล้วภายหลังเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต

ตัวอย่างเช่น บริษัทมอบเงินให้พนักงานนำไปชำระแก่คู่ค้า พนักงานได้รับเงินมาโดยชอบ แต่ภายหลังนำเงินนั้นไปใช้เป็นของตน หากองค์ประกอบอื่นครบ อาจเข้าข่ายยักยอก

จำง่าย ๆ คือ
ฉ้อโกง = หลอกให้เขาส่งมอบทรัพย์
ยักยอก = ได้ครอบครองทรัพย์มาก่อน แล้วภายหลังเบียดบังเอาเป็นของตน

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQฉ้อโกง / ยักยอก / ออนไลน์

โดนหลอกโอนเงินต้องทำอย่างไร

หากถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน ควร ดำเนินการทันที เพราะความรวดเร็วมีความสำคัญต่อการติดตามเส้นทางเงินและการระงับธุรกรรม โดยเฉพาะกรณีเงินยังอยู่ในบัญชีที่เกี่ยวข้อง

สิ่งแรกที่ควรทำคือ หยุดโอนเงินเพิ่มเติม ติดต่อธนาคารที่ใช้โอนเงิน และติดต่อศูนย์ AOC 1441 เพื่อแจ้งเหตุอาชญากรรมออนไลน์ จากนั้นรวบรวมหลักฐานและดำเนินการแจ้งความตามช่องทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

หากเป็นการหลอกให้โอนเงิน เช่น ซื้อสินค้าแล้วร้านหาย หลอกลงทุน หลอกให้รักแล้วขอเงิน ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ธนาคาร ตำรวจ บริษัทขนส่ง หรือหลอกให้ติดตั้งแอปแล้วโอนเงิน ควรเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบผู้กระทำผิด บัญชีรับเงิน และเส้นทางการเงินได้

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQหนี้และการทวงถาม

เจ้าหนี้ทวงหนี้กับคนอื่นได้หรือไม่

โดยหลัก เจ้าหนี้หรือผู้ทวงถามหนี้ไม่ควรเปิดเผยความเป็นหนี้ของลูกหนี้แก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง การทวงถามหนี้ต้องดำเนินการกับลูกหนี้ หรือบุคคลอื่นที่กฎหมายอนุญาตให้ติดต่อได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และต้องไม่ทำให้บุคคลภายนอกทราบโดยไม่สมควรว่าลูกหนี้เป็นหนี้

ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 การติดต่อบุคคลอื่นเพื่อสอบถามข้อมูลสำหรับการติดต่อลูกหนี้สามารถทำได้ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมาย แต่โดยหลัก ห้ามแจ้งความเป็นหนี้ให้บุคคลนั้นทราบ เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดหรือบุคคลนั้นมีสถานะที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย

ตัวอย่างเช่น การโทรไปหาที่ทำงานแล้วบอกเพื่อนร่วมงานว่า
“คุณ ก. เป็นหนี้ 100,000 บาท ให้รีบใช้หนี้”
อาจมีปัญหาตามกฎหมายการทวงถามหนี้ เพราะเป็นการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับหนี้แก่บุคคลอื่น

แต่การสอบถามอย่างเหมาะสม เช่น
“ขอติดต่อคุณ ก. กรุณาแจ้งให้ติดต่อกลับหมายเลขนี้”
โดยไม่เปิดเผยเรื่องหนี้ อาจทำได้ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQหนี้และการทวงถาม

เจ้าหนี้ยึดทรัพย์อะไรได้บ้าง

โดยหลัก เจ้าหนี้ ไม่สามารถไปยึดทรัพย์ของลูกหนี้เองได้ทันที เพียงเพราะลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ หากเป็นการบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา โดยทั่วไปเจ้าหนี้ต้องฟ้องคดีจนมีคำพิพากษาหรือคำสั่งที่บังคับได้ก่อน และหากลูกหนี้ยังไม่ชำระ จึงเข้าสู่กระบวนการ บังคับคดี เพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามกฎหมาย

ทรัพย์สินที่อาจถูกบังคับคดีได้ เช่น ที่ดิน บ้าน อาคาร ห้องชุด รถยนต์ เงินฝากธนาคาร เงินที่บุคคลภายนอกต้องชำระแก่ลูกหนี้ หุ้นหรือสิทธิทางทรัพย์สิน และทรัพย์สินมีค่าอื่นของลูกหนี้ ทั้งนี้ต้องตรวจว่าทรัพย์นั้นเป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิของลูกหนี้และกฎหมายอนุญาตให้บังคับคดีได้หรือไม่

กรณีเงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ หรือรายได้บางประเภท กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์และข้อจำกัดในการอายัด รวมถึงมีทรัพย์หรือเงินบางประเภทที่ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี หรือได้รับความคุ้มครองบางส่วน เพื่อให้ลูกหนี้ยังสามารถดำรงชีพได้ตามสมควร

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQหนี้และการทวงถาม

ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดแค่ไหน

ผู้ค้ำประกันมีหน้าที่รับผิดชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ เมื่อผู้ค้ำประกันได้ทำสัญญาค้ำประกันโดยชอบและลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ โดยขอบเขตความรับผิดต้องพิจารณาจากสัญญาค้ำประกัน หนี้ที่ค้ำ และบทบัญญัติของกฎหมาย ไม่ใช่ว่าผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดทุกอย่างที่เจ้าหนี้เรียกร้องเสมอไป

ตามหลักกฎหมายค้ำประกัน การค้ำประกันต้องมี หลักฐานเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน จึงจะฟ้องบังคับคดีได้

เมื่อหนี้ของลูกหนี้ถึงกำหนดชำระและลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ต้องดำเนินการบอกกล่าวผู้ค้ำประกันตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยกฎหมายให้ความคุ้มครองผู้ค้ำประกันในหลายประการ และข้อตกลงที่ทำให้ผู้ค้ำประกันเสียสิทธิบางประการซึ่งกฎหมายคุ้มครองอาจไม่มีผลใช้บังคับ

ขอบเขตความรับผิดจึงต้องตรวจว่า ค้ำหนี้อะไร จำนวนเท่าใด มีดอกเบี้ย ค่าเสียหาย หรือภาระอุปกรณ์แห่งหนี้เพียงใด และเจ้าหนี้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายครบถ้วนหรือไม่

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQหนี้และการทวงถาม

หนี้หมดอายุความหรือยัง

การจะตอบว่าหนี้ หมดอายุความแล้วหรือยัง ไม่สามารถดูเพียงว่าเป็นหนี้มานานกี่ปี เพราะหนี้แต่ละประเภทมีอายุความแตกต่างกัน และต้องตรวจว่า เริ่มนับอายุความตั้งแต่เมื่อใด รวมทั้งเคยมีเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงหรือไม่

โดยหลัก อายุความเริ่มนับตั้งแต่ขณะที่เจ้าหนี้สามารถบังคับสิทธิเรียกร้องได้ เช่น เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระแล้วลูกหนี้ไม่ชำระ แต่กฎหมายกำหนดอายุความเฉพาะสำหรับสิทธิเรียกร้องหลายประเภท จึงไม่ควรใช้หลักว่า “หนี้ทุกประเภทมีอายุความ 10 ปี”

ตัวอย่างเช่น สิทธิเรียกร้องบางประเภทมีกำหนด 2 ปี หรือ 5 ปี ขณะที่สิทธิเรียกร้องที่ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ โดยหลักมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

นอกจากนี้ หากเจ้าหนี้ได้ฟ้องคดีจนมี คำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำชี้ขาดที่มีผลตามกฎหมาย สิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาหรือคำชี้ขาดนั้น โดยหลักมีกำหนดอายุความ 10 ปีตามกฎหมาย แต่ต้องแยกเรื่องอายุความของสิทธิเรียกร้องออกจากกำหนดเวลาและขั้นตอนในการบังคับคดีซึ่งต้องตรวจสอบอีกส่วนหนึ่ง

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQหนี้และการทวงถาม

ถูกฟ้องบัตรเครดิตทำอย่างไร

หากได้รับหมายศาลจากคดีหนี้บัตรเครดิต ไม่ควรเพิกเฉยและไม่ควรทิ้งหมายศาลไว้โดยไม่ดำเนินการ ควรตรวจสอบทันทีว่าใครเป็นโจทก์ ฟ้องเรียกเงินจำนวนเท่าใด ศาลใดเป็นผู้พิจารณา วันนัดเมื่อใด และยอดหนี้ที่ฟ้องประกอบด้วยเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

การถูกฟ้องไม่ได้หมายความว่าลูกหนี้ต้องยอมรับยอดตามคำฟ้องทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ลูกหนี้ยังมีสิทธิตรวจสอบและต่อสู้คดี เช่น ยอดหนี้ไม่ถูกต้อง การชำระเงินที่โจทก์ยังไม่ได้หัก อายุความ อัตราดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมที่เรียกเกินสิทธิ สถานะของผู้รับโอนหนี้ และพยานหลักฐานที่โจทก์นำมาฟ้อง

หากตรวจสอบแล้วเป็นหนี้จริงและไม่มีข้อต่อสู้ที่เหมาะสม ลูกหนี้สามารถพิจารณา เจรจาประนอมหนี้หรือขอผ่อนชำระ กับเจ้าหนี้ได้ แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไข จำนวนเงิน ดอกเบี้ย และผลทางกฎหมายก่อนทำข้อตกลง

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQหนี้และการทวงถาม

ลูกหนี้หนี ติดต่อไม่ได้ ทำอย่างไร

หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้และหลีกเลี่ยงการติดต่อ เจ้าหนี้ยังสามารถใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายได้ การที่ลูกหนี้เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ย้ายที่อยู่ หรือไม่ตอบข้อความ ไม่ได้ทำให้หนี้ระงับหรือทำให้เจ้าหนี้หมดสิทธิฟ้องโดยอัตโนมัติ

ขั้นแรกควรรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับหนี้ทั้งหมด และพยายามติดต่อลูกหนี้ผ่านช่องทางที่สามารถพิสูจน์ได้ จากนั้นควรส่ง หนังสือทวงถามหรือหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ ไปยังที่อยู่หรือช่องทางที่เกี่ยวข้องตามข้อเท็จจริงและข้อกำหนดของกฎหมาย

หากยังไม่ชำระ เจ้าหนี้สามารถพิจารณาฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจได้ แม้ลูกหนี้จะหลีกเลี่ยงการติดต่อ โดยการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องจะดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หากไม่สามารถส่งโดยวิธีปกติได้ ศาลอาจดำเนินการเรื่องการส่งหมายด้วยวิธีอื่นตามเงื่อนไขของกฎหมาย

เมื่อมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระหนี้และลูกหนี้ยังไม่ชำระ เจ้าหนี้สามารถเข้าสู่กระบวนการ สืบทรัพย์และบังคับคดี เพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามกฎหมาย

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQหนี้และการทวงถาม

มีแต่แชต LINE ใช้เป็นหลักฐานได้ไหม

ได้ ข้อความสนทนาทาง LINE สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ โดยจัดอยู่ในลักษณะข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ แต่ศาลจะพิจารณาน้ำหนักและความน่าเชื่อถือร่วมกับพยานหลักฐานอื่นและข้อเท็จจริงของคดี

ตัวอย่างเช่น กรณีให้ยืมเงินโดยไม่มีสัญญากู้เป็นกระดาษ หากใน LINE มีข้อความที่สามารถแสดงได้ว่า ใครเป็นผู้กู้ ใครเป็นผู้ให้กู้ จำนวนเงินเท่าใด มีการขอยืมหรือรับเงิน และมีข้อความยอมรับว่าจะคืนเงิน ประกอบกับหลักฐานการโอนเงิน ก็อาจเป็นหลักฐานสำคัญในการพิสูจน์การกู้ยืมและการรับสภาพข้อเท็จจริงได้

อย่างไรก็ตาม การมีเพียงภาพ Screenshot บางข้อความไม่ได้หมายความว่าจะชนะคดีเสมอไป ต้องตรวจสอบว่าแชตสามารถเชื่อมโยงถึงตัวคู่กรณีได้หรือไม่ ข้อความครบถ้วนหรือไม่ มีการตัดต่อหรือไม่ และมีหลักฐานอื่นสนับสนุนหรือไม่

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQหนี้และการทวงถาม

ไม่มีสัญญากู้ ฟ้องได้ไหม

ฟ้องได้หรือไม่ต้องพิจารณา จำนวนเงินกู้และหลักฐานที่มีอยู่ ไม่ใช่ดูเพียงว่ามี “สัญญากู้” เป็นกระดาษหรือไม่

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาท หากไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง ลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้

อย่างไรก็ตาม คำว่า “หลักฐานเป็นหนังสือ” ไม่จำเป็นต้องเป็นเอกสารที่มีชื่อว่า สัญญากู้ยืมเงิน เสมอไป เอกสารหรือข้อมูลอื่นอาจใช้ประกอบการพิจารณาได้ เช่น หนังสือรับสภาพหนี้ ข้อความสนทนา LINE หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถพิสูจน์ตัวผู้ส่งและแสดงการยอมรับการกู้ยืมได้ ทั้งนี้ต้องตรวจว่ามีคุณสมบัติเป็นหลักฐานตามกฎหมายหรือไม่

ส่วน สลิปโอนเงินหรือ Statement เพียงอย่างเดียว เป็นหลักฐานสำคัญว่าเคยมีการโอนเงิน แต่ไม่ได้พิสูจน์เสมอไปว่าเงินนั้นเป็น “เงินกู้” เพราะอีกฝ่ายอาจอ้างว่าเป็นการชำระหนี้ ให้โดยเสน่หา ลงทุน ซื้อสินค้า หรือเป็นเงินจากนิติสัมพันธ์ประเภทอื่น จึงควรมีหลักฐานแสดงวัตถุประสงค์ของการโอนประกอบด้วย

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

FAQหนี้และการทวงถาม

ให้ยืมเงินแล้วไม่คืน ทำอย่างไร

หากให้บุคคลอื่นยืมเงินแล้วถึงกำหนดชำระแต่ไม่คืน เจ้าหนี้ควรเริ่มจาก รวบรวมหลักฐานการกู้ยืม ตรวจสอบวันครบกำหนด และทำหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ หากลูกหนี้ยังไม่ชำระ สามารถพิจารณาฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าเสียหายที่มีสิทธิตามกฎหมายและข้อตกลง

กรณีกู้ยืมเงิน เกิน 2,000 บาท ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 กำหนดหลักเรื่องหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือที่ลงลายมือชื่อผู้ยืม จึงต้องตรวจสอบว่ามีหลักฐานเพียงพอสำหรับการฟ้องบังคับคดีหรือไม่

แม้ไม่มีเอกสารชื่อว่า “สัญญากู้ยืมเงิน” ก็ไม่ควรสรุปทันทีว่าฟ้องไม่ได้ เพราะอาจมีหลักฐานอื่น เช่น หนังสือรับสภาพหนี้ ข้อความ LINE หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงการกู้และการยอมรับหนี้ แต่ต้องตรวจว่าหลักฐานดังกล่าวเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายและสามารถพิสูจน์ตัวผู้ส่งหรือผู้ทำข้อความได้หรือไม่

แหล่งอ้างอิง: Manus AI — รายงานชุด FAQ กฎหมายสำหรับ LEGAL KNOWLEDGE CENTER วันที่ 17 สิงหาคม 2569

ฎีกาใหม่คดีแพ่ง/ที่ดิน/ความคลาดเคลื่อนของคำฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6844/2568 (ป) — คำขอท้ายฟ้องระบุที่ดินต่างจากคำบรรยายฟ้อง

สาระจากศาลระบุว่า โจทก์บรรยายว่าเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทด้านทิศเหนือ แต่คำขอท้ายฟ้องขอให้บังคับที่ดินด้านทิศใต้ เป็นประเด็นความสอดคล้องระหว่างคำบรรยายฟ้องกับคำขอท้ายฟ้อง

แหล่งอ้างอิง: หน้าศาลฎีกา / รายการ 68 / สื่อศาล

ฎีกาใหม่คดีอาญาฉ้อโกง/อายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5770/2568 — ใบสั่งซื้อเท็จเป็นอุบายหลอกลวง ไม่ใช่เอาเงินไปโดยพลการ

สาระจากศาลระบุว่า จำเลยทั้งสามไม่ได้เอาเงินของโจทก์ไปโดยพลการ แต่ใช้อุบายทำใบสั่งซื้อเท็จแสดงต่อโจทก์จนโจทก์หลงเชื่อและชำระเงิน

แหล่งอ้างอิง: หน้าศาลฎีกา / รายการ 69 / สื่อศาล

ฎีกาใหม่คดีแพ่ง/บริษัทและธุรกิจ/ชำระบัญชี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9003/2568 — การชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัดยังไม่สำเร็จ

สาระจากศาลระบุว่า การชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่ได้ดำเนินตามหลักเกณฑ์กฎหมาย จึงถือว่ายังชำระบัญชีไม่สำเร็จลง โดยดัชนีศาลอ้าง ป.พ.พ. มาตรา 1249–1250

แหล่งอ้างอิง: หน้าศาลฎีกา / รายการ 86 / สื่อศาล

ฎีกาใหม่คดีอาญาเกี่ยวกับชีวิต/วิธีพิจารณา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 988/2568 (ป) — ศาลฎีกายกปัญหาความสงบเรียบร้อยขึ้นวินิจฉัย

สาระที่ศาลเผยแพร่ระบุว่า แม้ปัญหาว่าจำเลยฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจะถึงที่สุดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง เมื่อสำนวนขึ้นสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกายังมีอำนาจยกปัญหาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยขึ้นวินิจฉัยได้

แหล่งอ้างอิง: สื่อศาล (เผยแพร่ 7 กรกฎาคม 2569) / หน้าศาลฎีกา

ฎีกาใหม่คดีอาญาฐานฉ้อโกง/คุมประพฤติ/ถอนคำร้องทุกข์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7211/2568 — ถอนคำร้องทุกข์หลังคดีถึงที่สุด

ศาลชั้นต้นรอการกำหนดโทษและคดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยผิดเงื่อนไข ศาลกำหนดโทษจำคุกและออกหมายจับ หลังถูกจับ ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์

แหล่งอ้างอิง: สื่อศาล (เผยแพร่ 4 สิงหาคม 2569) / ฐานข้อมูลรอง

ฎีกาใหม่คดีครอบครัว/มรดก/กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2569 — สมรสต่างประเทศและผู้จัดการมรดก

ผู้คัดค้านและผู้ตายเป็นคนสัญชาติไทย สมรสตามกฎหมายรัฐฟลอริดา มีเอกสารการสมรสและคำแปล ผู้คัดค้านขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดก

แหล่งอ้างอิง: สื่อศาล (เผยแพร่ 23 มิถุนายน 2569) / ฐานข้อมูลรอง

ฎีกาใหม่คดีอาญา/ที่ดิน/มรดก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 914/2569 — แจ้งความเท็จขอใบแทนโฉนดและสิทธิเรียกค่าสินไหมของผู้จัดการมรดก

จำเลยนำหลักฐานการแจ้งความเท็จไปขอใบแทนโฉนด ทั้งที่ยังชำระราคาที่ดินแก่ผู้ตายไม่ครบ แล้วขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ให้บุคคลอื่น ทำให้กองมรดกเสียหาย

แหล่งอ้างอิง: สื่อศาล (เผยแพร่ 21 กรกฎาคม 2569) / สรรหาฎีกาเด็ด

ฎีกาใหม่คดีอาญา/สิ่งแวดล้อม/การบังคับตามคำพิพากษา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 189/2569 — โทษปรับรายวันหลังคำพิพากษาไม่อาจรอการลงโทษ

จำเลยปลูกสร้างอาคารล่วงล้ำแม่น้ำและฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าท่า ศาลพิพากษาจำคุก ปรับ และปรับรายวันจนกว่าจะรื้อถอน โดยรอการลงโทษไว้ ต่อมาจำเลยยังไม่รื้อถอน

แหล่งอ้างอิง: สื่อศาล (เผยแพร่ 30 มิถุนายน 2569) / ฐานข้อมูลรอง

ฎีกาใหม่คดีผู้บริโภค/สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7630/2568 — ข้อสัญญาหักค่าใช้จ่ายโครงการห้องชุดไม่เป็นธรรม

ผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดและชำระเงินแล้ว ต่อมาทำสัญญายกเลิกและย้ายเงินไปโครงการอื่น ผู้ประกอบธุรกิจกำหนดหักค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 151,410 บาท ทั้งที่ไม่ได้นำสืบค่าใช้จ่ายจริง และผู้ประกอบธุรกิจเป็นฝ่ายก่อสร้างไม่เสร็จตามกำหนด

แหล่งอ้างอิง: ศาลฎีกา / สรรหาฎีกาเด็ด / สื่อศาล (เผยแพร่ 6 พฤษภาคม 2569)

กฎหมายใหม่กฎหมายภาษี

คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป. 370/2569 — มอบหมายการพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับ

รายงาน Manus พบรายการนี้จากฐานข้อมูลกฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากร แต่ยังไม่ควรสรุปวันประกาศ วันมีผลใช้บังคับ หรือสิทธิทางภาษีโดยไม่เปิด PDF ต้นฉบับและตรวจราชกิจจานุเบกษาเป็นรายฉบับ

แหล่งอ้างอิง: ฐานข้อมูล “กฎหมายออกใหม่” ของกรมสรรพากร

กฎหมายใหม่กฎหมายภาษี

คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป. 369/2569 — แก้หลักเกณฑ์งดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม

พบรายการนี้จากฐานข้อมูลกฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากร แต่ยังไม่ควรสรุปวันประกาศ วันมีผลใช้บังคับ หรือสิทธิทางภาษีโดยไม่เปิด PDF ต้นฉบับและตรวจราชกิจจานุเบกษาเป็นรายฉบับ

แหล่งอ้างอิง: ฐานข้อมูล “กฎหมายออกใหม่” ของกรมสรรพากร

กฎหมายใหม่กฎหมายภาษี

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 464) — การลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่

พบรายการนี้จากฐานข้อมูลกฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากร แต่ยังไม่ควรสรุปวันประกาศ วันมีผลใช้บังคับ หรือสิทธิทางภาษีโดยไม่เปิด PDF ต้นฉบับและตรวจราชกิจจานุเบกษาเป็นรายฉบับ

แหล่งอ้างอิง: ฐานข้อมูล “กฎหมายออกใหม่” ของกรมสรรพากร

กฎหมายใหม่กฎหมายภาษี

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 466) — ค่าใช้จ่ายปรับปรุงโรงแรม

พบรายการนี้จากฐานข้อมูลกฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากร แต่ยังไม่ควรสรุปวันประกาศ วันมีผลใช้บังคับ หรือสิทธิทางภาษีโดยไม่เปิด PDF ต้นฉบับและตรวจราชกิจจานุเบกษาเป็นรายฉบับ

แหล่งอ้างอิง: ฐานข้อมูล “กฎหมายออกใหม่” ของกรมสรรพากร

กฎหมายใหม่กฎหมายภาษี

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 467) — ค่าอบรมสัมมนาภายในประเทศ

พบรายการนี้จากฐานข้อมูลกฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากร แต่ยังไม่ควรสรุปวันประกาศ วันมีผลใช้บังคับ หรือสิทธิทางภาษีโดยไม่เปิด PDF ต้นฉบับและตรวจราชกิจจานุเบกษาเป็นรายฉบับ

แหล่งอ้างอิง: ฐานข้อมูล “กฎหมายออกใหม่” ของกรมสรรพากร

กฎหมายใหม่กฎหมายภาษี

พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 803) พ.ศ. 2569 — มาตรการภาษีสนับสนุนผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ

พบรายการนี้จากฐานข้อมูลกฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากร แต่ยังไม่ควรสรุปวันประกาศ วันมีผลใช้บังคับ หรือสิทธิทางภาษีโดยไม่เปิด PDF ต้นฉบับและตรวจราชกิจจานุเบกษาเป็นรายฉบับ

แหล่งอ้างอิง: ฐานข้อมูล “กฎหมายออกใหม่” ของกรมสรรพากร

กฎหมายใหม่กฎหมายภาษี

พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 802) พ.ศ. 2569 — มาตรการภาษีสนับสนุน Digital Transformation ของ SMEs

พบรายการนี้จากฐานข้อมูลกฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากร แต่ยังไม่ควรสรุปวันประกาศ วันมีผลใช้บังคับ หรือสิทธิทางภาษีโดยไม่เปิด PDF ต้นฉบับและตรวจราชกิจจานุเบกษาเป็นรายฉบับ

แหล่งอ้างอิง: ฐานข้อมูล “กฎหมายออกใหม่” ของกรมสรรพากร

กฎหมายใหม่กฎหมายภาษี

พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 — มาตรการภาษีติดตั้ง Solar Rooftop และอนุรักษ์พลังงาน

พบรายการนี้จากฐานข้อมูลกฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากร แต่ยังไม่ควรสรุปวันประกาศ วันมีผลใช้บังคับ หรือสิทธิทางภาษีโดยไม่เปิด PDF ต้นฉบับและตรวจราชกิจจานุเบกษาเป็นรายฉบับ

แหล่งอ้างอิง: ฐานข้อมูล “กฎหมายออกใหม่” ของกรมสรรพากร